Latest Entries »

เมื่อกล่าวถึงราหู ในเชิงโหราศาสตร์ จะหมายถึง ความเปลี่ยนแปลงแบบกระทันหัน รุนแรง หักโค่น เพราะราหูคือลมพายุ เวลาจะมาก็มาแบบไม่ตั้งตัว  ราหูในอีกความหมายคืออำนาจมืด เงามืด หากราหูจรเข้าราศีใด ราศีนั้นก็หมอง จรเข้าทับดาวใด ดาวนั้นก็หมดแสง เมื่อเข้าทับลัคนา ชีวิตก็มืดมน เมื่อดาวราหูจรมาเล็งหรือทับลัคน์ของผู้ใด ก็มักจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตแบบตั้งตัวไม่ติด บางคนป่วยหนัก บางคนตกงาน บางคนต้องจากภูมิลำเนา สามีภรรยาต้องแตกแยกกัน บางคนสูญเสียเงินทองทรัพย์สิน ติดคุกติดตะราง ลองเจอแบบนี้คงไม่มีใครชอบราหูเป็นแน่ แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า ราหูกลับเป็นผู้นำพาชีวิตใหม่ มาให้ด้วยเหมือนกัน อ้าว…ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ?

คุณลองคิดให้ดี ในขณะที่ราหูกำลังส่งร้ายผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนๆหนึ่ง คนๆนั้นต้องตกระกำลำบาก ต้องผจญกับสิ่งที่ไม่ดีนานับประการ ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต จากคนที่เคยสุขสบาย มีเงินมีทองใช้ ชีวิตมีแต่ความสุข ไม่เคยพบกับความลำบาก แต่เมื่อชีวิตต้องพลิกผัน ทำให้คนๆนั้นต้องต่อสู้ดิ้นรน ต้องใช้กำลังและสติปัญญาที่มีอยู่ ทุ่มเทเต็มที่ เพื่อแลกกับความอยู่รอด ไม่เคยอดข้าว ก็ต้องอด ไม่เคยขึ้นรถเมล์ ก็ต้องขึ้น ไม่เคยยกของหนัก ก็ต้องยก สิ่งต่างๆเหล่านี้ มันค่อยๆหล่อหลอมชีวิตให้มีความเข็มแข็งขึ้นทีละน้อย โดยที่คนๆนั้นไม่รู้สึกตัวเลย

ชีวิตคนเราเมื่อมีขึ้น ก็ต้องมีลง ในทางกลับกันเมื่อมีลง มันก็ต้องมีขึ้น หลังจากที่ราหูจรจากลัคนาไปแล้ว สิ่งที่หลงเหลือไว้กลับเป็นชีวิตใหม่ที่เข้มแข็ง มีจิตใจที่มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะได้ผ่านช่วงที่ลำบากแสนสาหัสมาแล้ว จึงเสมือนกำเนิดชีวิตใหม่ ชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ชีวิตที่ได้รับบทเรียนมาแล้วอย่างโชกโชน

ขอฝากข้อคิดไว้ซักนิดว่า ยามใดที่ชีวิตเป็นขาลง จงใช้สติปัญญาเป็นแสงไฟนำทาง ใช้จิตใจที่เข็มแข็งช่วยประคองชีวิต ฝ่าพายุมรสุมร้ายไปให้ได้ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า  “ราหูไม่มี ชีวิตที่ดีไม่เกิด” แล้วคุณจะเป็นคนที่ไม่กลัวราหู

Advertisements

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาวิชาโหราศาสตร์อยู่ คงจะทราบกันดีว่าใน 1 จักรราศี มี 12 ราศี ใน 1 ราศี มี 9 นวางค์ รวม 108 นวางค์ และเจ้าลูกนวางค์นี่ก็สำคัญมาก ใช้ชี้ขาดในการพยากรณ์ได้ในหลายๆกรณี แต่สำหรับมือใหม่ที่พึ่งพาแต่ครูใบ้ (หนังสือ) คงปวดหัวไม่ใช่น้อย หากต้องมานั่งท่องจำ เฮ้อ…ทำไงดี

ไม้เด็ดเคล็ดวิชา(โคจร) บทนี้จะแนะเคล็ดวิชาในการหานวางค์แบบง่ายๆ ไม่ต้องท่องให้เสียเวลา เริ่มเลยน่ะครับ

ก่อนอื่นคุณต้องทราบดาวเจ้าเรือน หรือ ดาวเกษตรประจำราศีก่อน ก็เป็นหลักพื้นฐานทั่วไปซึ่งคาดว่าคุณๆ คงทราบดีอยู่แล้ว หน้าตาก็เป็นดังนี้

pictest 

ต่อไปก็ใช้หลักตรีโกณ หรือร่วมธาตุให้เป็นประโยชน์ ให้จำไว้ว่า ราศีใดที่เป็นธาตุเดียวกัน ลูกนวางค์จะเหมือนกัน และนวางค์ลูกแรกจะต้องเริ่มที่ราศีแม่ธาตุเสมอ ดาวเจ้านวางค์จะไล่เรียงกันไปเหมือนดาวเกษตรด้านบน ลองดูรูปด้านล่างนี้

nawang 

ราศีธาตุไฟอันมีราศี เมษ สิงห์ ธนู จะเริ่มต้นนวางค์แรกที่ ๓ ซึ่งเป็นดาวเกษตรของราศีเมษ(แม่ธาตุไฟ)

ราศีมังกร กันย์ พฤษภ จะเริ่มต้นนวางค์แรกที่ ๗ ซึ่งเป็นดาวเกษตรของราศีมังกร(แม่ธาตุดิน)

ราศีตุลย์ กุมภ์ มิถุน จะเริ่มต้นนวางค์แรกที่ ๖ ซึ่งเป็นดาวเกษตรของราศีตุลย์(แม่ธาตุลม)

ราศีกรกฏ พิจิก มีน จะเริ่มต้นนวางค์แรกที่ ๒ ซึ่งเป็นดาวเกษตรของราศีกรกฏ(แม่ธาตุน้ำ)

ส่วนการหาตรียางค์ก็ใช้หลักการเดียวกับการหานวางค์ คือ ใช้ตรีโกณ หรือร่วมธาตุ ผิดกันแต่ตรียางค์แรก จะเป็นราศีที่ประสงค์เท่านั้น ดูรูป

teeyang 

สมมุติ ราศีประสงค์คือ ราศีเมษ ตรียางค์แรก คือ ๓ ตรียางค์ที่สองคือ ๑ และตรียางค์สุดท้ายคือ ๕ ส่วนราศีสิงห์ ตรียางค์แรก คือ ๑ ตรียางค์ที่สองคือ ๕ และตรียางค์สุดท้ายคือ ๓

การประยุกต์ใช้ สมมุติ ลัคนาสถิตย์ ราศีพฤษภ 22 องศา 37 ลิปดา จะหาว่าลัคนาสถิตย์ ตรียางค์ นวางค์อะไร ก็ให้พิจารณาดังนี้

1. ใน 1 ราศีมี 30 องศา มี 3 ตรียางค์ ดังนั้น 1 ตรียางค์ก็คือ 10 องศา ตามตัวอย่างลัคนาอยู่ที่ 22 องศา ก็อยู่ในตรียางค์สุดท้าย ตรียางค์ของราศีพฤษภ คือ ๖ ๔ และ ๗ ตามลำดับ ดังนั้นลัคนาก็สถิตย์ตรียางค์สุดท้ายคือ ตรียางค์เสาร์

2. ใน 1 ราศีมี 30 องศา หรือ 1800 ลิปดา(30*60) และ 1 ราศีมี 9 นวางค์ ดังนั้น 1 นวางค์ ก็ต้องมีองศา 200 ลิปดา

3. แปลงองศาของลัคนาให้เป็นลิปดา คือ 22*60+37=1357 แล้วหารด้วย 200 ลิปดา ได้ 6.785 ก็คือ สถิตย์อยู่ในนวางค์ลูกที่ 7 ของราศีพฤษภ ดังนั้นลัคนาก็สถิตย์อยู่นวางค์จันทร์

เป็นไงง่ายไหมครับ ฝึกไปซักพัก ผมว่าคุณแค่ชายตาก็รู้แล้วว่า เป็นตรียางค์ นวางค์ อะไร….

ดาวอาทิตย์ เป็นดาวที่มีการโคจรทีค่อนข้างสม่ำเสมอ คือ โคจรเฉลี่ย 1 เดือนจะเปลี่ยน 1 ราศี โดยเปลี่ยนราศีทุกๆกลางเดือน ประมาณวันที่ 15-17 ดังนั้นเราสามารถหาดาวอาทิตย์ว่าขณะนี้โคจรอยู่ราศีไหนได้ไม่ยากเย็นนัก โดยดูวันที่จากปฏิทินธรรมดาๆนี่แหละ สมมุติต้องการทราบว่าวันนี้ ดาวอาทิตย์โคจรอยู่ราศีใด (วันนี้ 5 เมษายน 2551) ดาวอาทิตย์จะโคจรอยู่ราศีมีน โดยที่ดาวอาทิตย์ย้ายราศีจากราศีกุมภ์มาสู่ราศีมีน ตั้งแต่ประมาณหลังกลางเดือนกุมภาพันธ์มาแล้ว และถ้าเลยประมาณกลางเืดือนเมษายน ดาวอาทิตย์ก็จะย้ายจากราศีมีนไปสู่ราศีเมษ

คำถาม : ถ้าเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ดาวอาทิตย์จะโคจรอยู่ราศีไหน?

ในเชิงโหราศาสตร์ ได้บัญญัติดาวต่างๆในจักรราศีไว้ 10 ดวงด้วยกันคือ
1. ดาวอาทิตย์ แทนด้วยเลข 1 หมายความถึง เกียรติยศ ชื่อเสียง และเป็นตัวแทนในการหาลัคนา
2. ดาวจันทร์ แทนด้วยเลข 2 หมายถึง จริต มารยา ความสวยงาม จิตใจ
3. ดาวอังคาร แทนด้วยเลข 3 หมายถึง ความขยันขันแข็ง ความทรหด อดทน
4. ดาวพุธ แทนด้วยเลข 4 หมายถึง การพูดจา การติดต่อสื่อสาร มันสมอง
5. ดาวพฤหัส แทนด้วยเลข 5 หมายถึง การศึกษา การศาสนา สติปัญญา
6. ดาวศุกร์ แทนด้วยเลข 6 หมายถึง ความรัก การเงิน
7. ดาวเสาร์ แทนด้วยเลข 7 หมายถึง ความเศร้า ความทุกข์ระทม ความหนักแน่น มั่นคง
8. ดาวราหู แทนด้วยเลข 8 หมายถึง ความเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน
9. ดาวเกตุ แทนด้วยเลข 9 หมายถึง ปฏิหารย์ สิ่งศักสิทธิ์
10. ดาวเกตุ แทนด้วยเลข 0 หมายถึง ความลึกลับ ความตาย
ดาวทั้ง 10 ดวงนี้จะสัมพันธ์กับชีวิตของเราอย่างไร โปรดติดตาม

ในชีวิตของคนหนึ่งคน มีเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิตทั้งดี ทั้งร้าย ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ปะปนกันไปตามจังหวะของชีวิต และในห้วงจักรวาลก็มีดาวต่างๆ โคจรผ่านกลุ่มดาวฤกษ์ ส่งผลให้ทางดีและทางร้ายเช่นกัน ชีวิตกับดวงดาวสัมพันธ์กันอย่างไร มาร่วมกันค้นหา “วิถีแห่งดาว…เรื่องราวแห่งคน” ได้ทีนี่

รับตรวจดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์ไทย สิบลัคน์ ซึ่งมีความแม่นยำสูง ไม่ว่าท่านต้องการจะทราบอะไร ชีวิตของท่านขาขึ้นหรือขาลง ความรัก การงาน การเงินเป็นอย่างไร จะประสบผลสำเร็จ หรือพลาดหวังในชีวิต

การรู้เรื่องราวในอดีต(พื้นดวง) ส่งผลกับชีวิตในปัจจุบัน

การรู้เรื่องราวในปัจจุบัน(ทายจร) ส่งผลกับชีวิตในอนาคต

หากท่านต้องการวางแผนชีวิต ต้องรู้อดีตและปัจจุบัน

ส่งข้อมูล ชื่อ-นามสกุล ว.ด.ป. เวลาเกิด สถานที่เกิด (ถ้าแจ้งลักษณะรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างมาก  มาที่ khojorn@gmail.com

ค่าครู ดวงละ 259 บาท

เป็นค่าดูดวง 200 บาท และอีก 59 บาท จะรวบรวมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวร ทั้งของท่านที่มาดูดวงและของผมเอง
หากท่านได้รับประโยชน์จากการพยากรณ์หรือเกร็ดความรู้ใดๆ กรุณาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้

1. ท่านขุนชอบ รักตะประกร (กลั่น หิมะกลัด) บรมครูโหราศาสตร์ 10 ลัคนา

2. อ.อรุณ เทศถมทรัพย์ ครูโหรผู้รับการถ่ายทอดวิชา 10 ลัคนาจากท่านขุนชอบ

3. อ.สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) ครูโหรผู้สืบทอดวิชา 10 ลัคนาและเป็นครูที่ประสิทธิประสาทวิชา 10 ลัคนา

4. อ.สมพงษ์ ปิยะลาภา (อ.ยี) ครูโหรผู้ประสิทธิประสาทวิชา อินทภาส-บาทจันทร์ และวิชาคัมภีร์สุริยาตร์

5. อ.เศก ดุสิต ครูโหรผู้ประสิทธิประสาทวิชา เลข 7 ตัว 4 ฐาน

6. อ.อภิสรณ์ เงินเจริญกุล ครูโหรผู้ประสิทธิประสาทวิชา เลข 7 ตัว ทักษามหาภูติ

7. ครูโหรทุกท่าน ทั้งที่ยังมีชีวิตและที่ล่วงลับไปแล้ว

คำอธิฐาน : ขออำนาจแห่งครูโหรช่วยดลบันดาลให้ คำพยากรณ์ใดๆที่มีประโยชน์ ก่อให้เกิดความสุขกาย สบายใจ แก่เจ้าชะตา ขอให้คำพยากรณ์นั้น แม่นยำ ไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย และหากคำพยากรณ์ใดที่ไม่เป็นประโยชน์ ก่อให้เกิดความทุกข์กาย ทุกข์ใจ แก่เจ้าชะตา ขอให้คำพยากรณ์นั้นผิดพลาด ปราศจากความแม่นยำ ไร้ซึ่งผลของแห่งการพยากรณ์ด้วยเทอญ…ขอความสุขความเจริญจงบังเกิดกับทุกท่าน